Make your own free website on Tripod.com
 
D i s c o v e r y T h a i l a n d  M u s e u m   o f   B u d d h a   i m a g e s    
Museum of Dvthai collection of Buddha image from southeast  Asia    
 
 

 ทักษะในการชมพิพิทภัณฑ์

  เป็นความจริงอยู่ว่า คำ "พิพิธภัณฑ์" ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรก ในนามของพระที่นั่ง "ประพาสพิพิธภัณฑ์" หากแต่ความหมายของคำก็อาจจะแตกต่างไป จากที่เราเข้าใจกันในปัจจุบัน ยิ่งในรัชกาลพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เราก็จะพบว่ามีถ้อยคำ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าว หลากหลายมากขึ้น คือนอกจาก "พิพิธภัณฑ์" แล้ว ยังมีการทับศัพท์ คำในภาษาอังกฤษ "มิวเซียม" (Museum) และ "เอกษบิชัน"(Exhibition) คำเหล่านี้มีความหมายเหลื่อมซ้อน และเปลี่ยนแปลงไปมาตลอดเวลากว่าครึ่งศตวรรษ และยังต้องการการศึกษาต่อไป

    สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าสังเกตพบก็คือ ได้มีการใช้ พิพิธภัณฑ์/   มิวเซียม/ เอกซิบิชัน เป็นการร่วมเฉลิมฉลองในวาระของ "การเปลี่ยนผ่าน" เสมอ
 ในระดับส่วนพระองค์ (หรือระดับบุคคล) มีการจัดแสดง "มิวเซียม" สำหรับสาธารณชนชาวสยามเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ.๒๔๑๗ เมื่อพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเริ่มรับพระราชภาระ บริหารราชการแผ่นดิน โดยสิทธิขาด และเมื่อพระองค์ ทรงมีพระชนมมายุครบ ๒๕ พรรษาในปี พ.ศ.๒๔๒๑ งานมิวเซียมก็ได้จัดขึ้น ยิ่งใหญ่กว่าครั้งอื่นใด ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๒๕ ได้มีการจัด "เอกซฮิบิเชน" ขึ้นที่ท้องสนามหลวง เพื่อสมโภชพระนครครบ ๑๐๐ ปี ซึ่งนับเป็นโอกาสการก้าวขึ้นสู่ศตวรรษที่สอง ของกรุงเทพฯ และพระราชวงศ์จักรี ก็ถือได้ว่าเป็นการร่วมเฉลิมฉลอง "การเปลี่ยนผ่าน" ที่สำคัญ ของพระราชอาณาจักรด้วยเช่นกัน
    สิ่งของที่นำมาจัดแสดงนั้น ล้วนแสดงให้เห็นความก้าวหน้า ของพระราชอาณาจักร มีทั้งผลิตผลทางการเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติ งานช่างฝีมือ โบราณวัตถุ ตลอดจนสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ
    เมื่อกรุงเทพฯ   มีอายุครบ ๒๐๐ ปี ในปี พ.ศ.๒๕๒๕ มีการปรับปรุงพระที่นั่ง ศิวโมกข์พิมานเสียใหม่ ให้เป็นห้องแสดงประวัติศาสตร์ชาติไทย และห้องเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์

    "เอกซิบิเชน" คราวนี้ดูจะแตกต่างไปจากเมื่อร้อยปีก่อน เราไม่ได้สนใจความ "เจริญ" ของบ้านเมืองมากมายนัก หากแต่เราสนใจอดีต กันอย่างเข้มข้น และต้องการสร้างภาพอดีตกาลกัน รุ่งเรืองของชาติขึ้นมาใหม่ อีกทังยังไม่ปรากฏร่องรอย ของ"โลกของธรรมชาติ" ให้เห็นอีกต่อไป

 

   ความเปลี่ยนแปลงของการจัดแสดงสิ่งของ ในพิพิธภัณฑ์ เป็นตัวอย่างอันดี ที่ชี้ให้เห็นว่า พิพิธภัณฑสถาน มิได้เป็นเป็นนิวาสถานอันไพบูลย์ ของความจริง ความรู้ และความงาม ตรงกันข้าม สิ่งของ เรื่องเล่า และอดีต แต่ละเรื่อง แต่ละสิ่ง ล้วนมีเวลา และยุคสมัยเป็นของตนเอง   สิ่งซึ่งครั้งหนึ่งได้รับการเชิดชู แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็อาจถูกละทิ้ง หรือปิดบังซ่อนเร้นไว้
    เมื่อเดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นที่แห่งใดก็ตาม... ไม่ควรพึงใจรับฟังแต่เพียงว่า ผู้จัดพยายามจะบอกอะไรแก่เราเท่านั้น แต่ควรได้ค้นหาด้วยว่า พวกเขาพยายามซ่อนเร้นอะไรเอาไว้

 

For example, the "museum" that was first open to public was founded in 1874 to celebrate King Rama V's coronation. Next in 1882, the National Exhibition was staged in Phra Meru Ground to commemorate the centennial anniversary of Bangkok and the Chakri Dynasty. Most items on display in both occasions involved both cultural and natural objects. They were not much different from things that Siam sent to be put on show in Western expositions typical of the late 19th and early 20th centuries.
 

 

   According to old document, museum visitors in the past generally showed greater attention to natural objects than cultural ones. In 1898, it was reported that a natural history section of the Royal Museum drew a larger number of visitors than a cultural section did. However, after the National Museum was founded in 1926, objects of natural history were put away and a museum has come to represent merely cultural items, especially those related to royal or Buddhist history.

 

   On the occasion of Bangkok's bicentennial anniversary in 1982, the new section on modern Thai history was put in place. Nonetheless, the display was by no means "modern," as it simply presents modern development of Thailand in the context of its past glory.

The author of the article cautioned that a museum is rarely a place for truthful representation of reality. Therefore, whenever one steps into a museum, one should try not simply to understand what is on display but to look for its hidden meanings and what is not there as well.

 
         
 

Thank you data from

วารสาร เมืองโบราณ
Muang Boran Journal