 |
|
ภาพวิหารเก่าของวัดมหาวันที่พังลงเมื่อครั้งพายุหรือ ลมหลวง เข้าเมื่อราว
60 ปีก่อน |
ลักษณะของแผงพระในปัจจุบันที่ยังพอหาได้
ผมเองอยากจะบอก trick ในการดูพระสมเด็จแบบเซียนแก่ๆท่านหนึ่งที่บังเอิญได้พบกันและพูดคุยถูกชะตากันเมื่อครั้งหนึ่งดังนี้ครับ
1 .พระสมเด็จเก๊ที่ว่านั้นมีหลายระดับดังที่กล่าวมาแล้วคือมี 1-4
ดาวครับพระสมเด็จระดับ 1-3
ดาวนั้นมักเทขายในตลาดข้างถนน หรือที่เรียกว่าแผงพระนั่นเองครับ
ทีนี้แผงพระที่ว่านั้นบางแผงก็ซื้อมาขายไปหลับหูหลับตาซื้อ หลับหูหลับตาขาย
จนไม่รู้ว่าแท้หรือเก๊
มีกำไรเป็นขายอย่างนี้เซียนแก่ๆเรียกแผงแบกะดิน
หากเจ้าของแผงได้พระมาจากชาวบ้านก็ดีไปเราอาจยังพอมีโอกาศได้พระแท้ๆบ้างสัก 1
ในหมื่นครับ
เหตุที่ว่าโอกาศน้อยนั้นก็เพราะว่ากว่าจะหลุดสายตาคนอื่นมาได้นั้นบอกได้เลยว่ายากเต็มทนครับ
ไหนการที่จะซื้อหาเช่ามาจากชาวบ้านนั้นย่อมแพงกว่าซื้อมาจากนักปั๊มพระเป็นไหนๆหรือแพงมากๆทำให้เกิดการลง
ทุนที่สูงครับ ก็อย่างที่บอกครับ
แผงเหล่านี้ซื้อมาขายไปไม่มีใจรักและบูชาพระที่แท้จริงย่อมไม่ลงทุนอยู่แล้ว
โอกาศก็ยิ่งน้อยไปใหญ่
ที่ผมประมาณให้ 1 ในหมื่นนั้นจึงไม่น้อยไปหรอกครับลองคิดดู
2.
แผงพระประเภทต่อมาก็คือแผงแบบมีใจรักที่จะเล่นรักที่จะสะสมและก็รักที่จะขายหรือให้เช่าด้วยครับคนที่เป็น
เจ้าของแผงประเภทนี้มักรักการอ่านเป็นอย่างยิ่งชอบสะสมรูปเป็นที่สุดโดยเฉพาะรูปจากหนังสือที่สามารถเทียบ
ได้กับพระของตนหรือไกล้เคียงก็ยังดี
แต่ก็มักดูพระไม่ขาดเพราะความโลภนั่นเองครับ
พระเครื่องนั้นมีความจริงที่แปลกอยู่อย่างครับ หากว่ามองหาด้วยความอยากได้
เสาะหาด้วยความอยากมากแบบว่าไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหมแล้วก็มักได้ของเก๊
ของเทียมหรือของกระสุนแล้วแต่เรียกกันครับ
แปลกนะครับหากวันหนึ่งเบื่อของเก๊แล้วไม่ซื้อแล้ว
หมดตังค์แล้วใครเอาอะไรมาให้ดูก็ไม่สนใจ
....มองด้วยความไม่อยากได้...มองด้วยความไม่โลภ...แบบนี้มักได้ของแท้ครับ ..พิจรณาไปทีละอย่าง
เนื้อหา
พิมพ์ทรง ขนาด น้ำหนัก (อันจะเป็นตัวแปรผันกับปริมาตร)
พระดินพระผงเก่าๆนั้นมักมีน้ำหนักมากกว่าดินใหม่ครับเนื่องมาจากการอิ่มตัวและหดตัวมานานมากนั่นเองครับ
เรียกว่ามองแบบมีสมาธินั่นเอง
......แผงแบบนี้เจ้าของแผงมักคัดเลือกพระที่ตนเองชอบ แบบว่าแท้
หรือเกือบแท้ไว้แล้วเรียกราคาสูงๆ
ส่วนองค์ที่เก๊เห็นๆ แบบระดับสามเมตรห้าวาก็ยังรู้ว่าเก๊ก็ขายถูกๆ เป็นต้นครับ
พระของคุณมือใหม่นั้นน่าจะมาจากแผงประเภทนี้ครับเนื่องจากมีรอย "บิ"
ดูเนื้อที่ขอบบนทั้งสององค์ เมื่อไม่ผ่านการคัดในรอบที่ สอง
(รอบแรกจากการคัดด้วยสายตา)จึงนำมาวางบนแผงครับแบบนี้หลายๆท่านต้องระวังให้ดีครับ
ด้วยความเป็นห่วงพวกเรากันเองครับ
นักเลงพระนิสัยดีแต่ยากจนนั้นต้องระวังตัวเป็น 10
เท่าของเซียนเพราะเราพลาดไม่ได้ครับก็ด้วยเหตุที่ว่า
นอกจากจะเสียตังค์ฟรีแล้วยังเสียกำลังใจอีกด้วย
......หากจะว่าไปแล้ว
การเช่าพระนั้นไม่เหมือนกับการซื้อหาวัตถุโบราณหรือศิลปวัตถุชนิดอื่นๆที่
หากว่าศิลปวัตถุชิ้นนั้นๆอาจสูงค่าหรืออยู่ในความครอบครองของ รัฐ
หรือองค์กรใดที่มิอาจเปลี่ยนมือ ก็อาจมีการสร้างรูปจำลอง
เพื่อการสะสมหรือศึกษาได้ เช่นรูปปั้นเทวรูปโบราณ ของอินคาในแถบอเมริกาไต้
รูปหล่อทองแดงของทหารจีนในสุสาน รูปจำลองของ อักษรเฮียโรกราฟฟิค และไม้เท้าและตรารัญชกร
ของมัมมี่ตุตันคาเมนเป็นต้นครับ....................แต่พระเครื่องนั้นไม่ใช่ครับทัศนคติการสร้างรูปเคารพที่แทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นมีมาแต่ครั้งสมัย
คันธาราช (ราวพุทธศตวรรษที่ 6 หรือ 600 ปีหลังจากที่
พระพุทธเจ้าทรงสวรรณคต)
ด้วยมีเกล็ดเรื่องเล่าอยู่ว่าพระพุทธรูปองค์แรกนั้นน่าจะเป็นพระพุทธรูปไม้แกะ......คนโบราณเขาอาจไม่ต้องการให้ผู้ที่ไม่นับถือหรือคนนอกศาสนาเป็นผู้สร้าง(เพราะจะนำมาเป็นรูปเคารพในภายหลัง)จึงต้องบังคับให้มีการปลุกเสกโดยพระสงฆ์
สัญนิฐานว่า เพื่อแสดงการเห็นด้วยในการสร้างรูปเคารพขององค์พระปฏิมานั้น
แต่การสร้างรูปเคารพของเกจิอาจารณ์นั้นก็เพื่อเป็นการระรึกถึงความเมตตาและคุณความดีที่ท่านมีต่อศิษย์และเป็นเครื่องเตือนใจให้ตั้งมั่นอยู่ในคำสอน...ไม่วอกแวก......ดังนั้น.ทัศนคติในการสะสมโบราณวัตถุจึงใช้ไม่ได้กับการสะสมพระเครื่องหรือพระพุทธรูปครับ.......
3.
แผงประเภทต่อมานั้นเป็นประเภทเซียนเลี้ยงครับ
แผงแบบนี้เห็นแล้วต้องกลับมาคิดว่าตัวเองเจ๋งแล้วหรือยังไม่งั้นแย่แน่ๆ
เพราะเจ้าของแผงแบบนี้มักนำพระของตนไปให้เซียนตัดสินก่อนเสมอ
องค์ไหนแท้ก็ได้ราคา (จากเซียน)
องค์ไหนไม่แท้ก็เอากลับไปวางในแผงครับแผงแบบนี้จึงมักมีของที่เกือบแท้อยู่มาก
ตาไม่ถึงไม่แม่นจริงหรือมองด้วยความอยากล่ะก็เป็นเสียตังค์ครับ
จุดสังเกตุแผงแบบนี้คือมักมีใบประกาศรางวัล รูปถ่ายพระสวยๆ
รูปเจ้าถ่ายของแผงกับเซียนพระติดเรียกความน่าเชื่อถืออยู่เป็นที่สังเกตุได้ง่าย
บอกกล่าวกันฟังก็เพราะความรักกันครับขอให้ทุกท่านโชคดีครับอย่าลืมว่า
คนแท้ต้องพระแท้เท่านั้น
คล้องพระไม่แท้นั้น เศร้าหมองเกิดวิกิจฉา และจะเกิดอาการแม่นผิดหรือตากลับได้
พึงหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่งครับ
|