Make your own free website on Tripod.com
   

 

เล็ก ๆ งดงาม หนุ่มร่างรูปทรงลงตัว เป็นของดีใกล้ตัวอย่างที่หลายคนอาจมองข้าม มักมีอยู่ตามบ้านเรือนเก่า แถบถิ่นชนบทงดงามบ้านเรา

ใช้ใส่น้ำถวายพระพุทธรูป เรียกว่าน้ำต้นพระเจ้า
ใช้ใส่น้ำวางไว้หิ้งผี เรียกว่าน้ำต้นผี

วัตถุสิ่งเดียวกัน บางทีจำแนกตามหน้าที่ คนเหมือนกัน บางครั้งนิยามบท กำหนดจำแนกแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่า คน ๆ นั้นทำหน้าที่อะไร บางคนเป็นครู บางคนเป็นหมอ เป็นพ่อค้า เป็นพระ หรือเป็นคนรกคนเรี่ย (คนฮกคนเฮี่ย) คนเราเอง เราเลื่อนชั้นหรือพูดให้เท่ว่า shift class ได้ด้วยการกระทำ

ทำให้ดี ทำให้ถึง ทำให้เต็มที่ ผลที่ได้อยู่ที่ใจ
ถ้าใจเป็นบุญ ใจก็ยกระดับได้เองโดยไม่ต้องรอให้ใครเลื่อนขั้น

น้ำต้นพรเจ้ามักเป็นวัตถุดินเผา เคยเห็นอยู่บ้างเหมือนกันที่เป็นไม้เคี่ยนไม่ควัก แล้วคว้านเอาเนื้อข้างในออกมา เดี๋ยวนี้ไม่มีการผลิตแล้วเพราะความต้องการหรือดีมานด์ไม่มี เพราะฉะนั้นหากใครมีเก็บไว้ในคอลเล็กชั่นก็โห่ร้องป้องปีกได้เลยละก็แฮ่ม…ยังไม่สาย หากคุณจะออกไปตามบ้านนอกขอกแดนอันแสนไกล แสนจะทุลักทุเลทุเรศทุรน อย่างไปป่าเหมี้ยงแม่ลายหรือป่าเหมี้ยงปางหลวง เพื่อไปเสาะหาหม้อน้ำพระเจ้าหรือน้ำต้นพระเจ้า ข้อสำคัญอย่าไปกดราคาเขาจนต่ำเตี้ยติดดิน ชาวบ้านจะม่อยกระรอกกันอยู่แล้วพี่น้อยเอ๋ย เผื่อเหลือกันได้ก็เผื่อเหลือไปเถอะ แล้วค่อยไปบวกกำไรส่วนเกินเอาจากลูกค้ามหาเศรษฐีของคุณก็ได้ ว่าเข้าไปโน่น

อย่ามาถามเลยว่าแหล่งผลิตอยู่ที่ไหน ไม่รู้หรอก ตามหมู่บ้านปั้นหม้อปั้นโอ่งพื้นบ้านพื้นเมืองทั้งหลายกระมัง อย่างบ้านน้ำต้น อำเภอแม่วาง บ้านขุนคง บ้านเหมืองกุง อำเภอหางดง หรือหมู่บ้านนั้น ๆ มีปากก็ถามไปซี มีปากบ่ถาม น้ำฮู้บ่แตก คำบ่าเก่าว่าไว้อย่างนั้น แต่สมัยนี้คิดจะไปหาน้ำต้นพระเจ้าหรือน้ำต้นผีตามแหล่งผลิตดั้งเดิมคิดว่าไปหาของอื่นอาจง่ายกว่า อย่างไปหาผางประทีป หาที่หล่อน้ำตีนตู้เป็นต้น ด้วยว่าของเหล่านี้ยังหน้าที่การงานของมันอยู่ แต่น้ำต้นพระเจ้าเหมือนจะหมดหน้าที่เสียแล้ว

เคยดูหน้าพระเจ้าบนหิ้งไหม บางครั้งคล้ายพระเจ้าบ้านเราหน้าหมองนะ ขาดคนเอาใจใส่มานานแล้ว หยากไย่พันใย ผัวไปทาง เมียไปทาง ผัวแล่นขึ้นบก เมียวกลงน้ำ เปล่าหรอก ไม่ใช่ทะเลาะเบาะแว้งแล้วแยกทาง แต่หมายถึงสภาพบีบรัดของสังคมปัจจุบันทำให้ผัวเมียต้องช่วยกันหาเงินอุดบัญชีจนไม่มีเวลาอยู่บ้านอยู่จอง จนไม่มีเวลาใส่ใจหิ้งพระ พระเจ้าจึงหน้าหมอง น้ำต้นพระเจ้าแห้งกากตาก ใบหมากผู้เคยเสียบหม้อดอกเขียวสดชุ่มเย็น ก็มาตายแห้งตายซงอยู่บนหิ้งพระนั้นเอง

หาน้ำต้นพรเจ้ามาสักใบ สถาปนาพระเจ้าบ้านเราขึ้นสักองค์ เอาไว้สักการะ เอาไว้ทบทวน เอาไว้เป็นเครื่องเตือนสติรู้หยุด รู้ยั้ง ไม่จะเป็นต้องไหว้พระในความหมายเดิมแบบพ่อแม่เราเคยไหว้ก็ได้ ความหมายมีหลายอย่าง บ้างก็ไหว้ขอหวย บ้างก็ไหว้เพราะกลัวผีหลอก บ้างก็ไหว้ขอเป็นที่พึ่ง

แล้วแต่คน แล้วแต่ว่าจะเป็นบัวเหล่าใด บัวเกิดร่วมกอยังรู้จำแนกเหล่า คนเราก็เหมือนกัน กำเนิดเหมือนกันแต่ยาวสั้นลึกตื้นหนาบางต่างกัน อย่ากลัวจะถูกหาว่าเชยเพราะไหว้พระ เป็นตัวของตัวเองเถอะ เอาแต่เอียงหูฟังหากระแสมันเหนื่อย

กระแสโลกวันนี้เชี่ยวกราก หากขาดสติไม่ไตร่ตรอง หากขาดความยั้งคิดพิจารณา เราจะตกจมในกระแสได้ง่ายเหลือเกิน ชะลอชีวิตลงบ้างเถอะ เอาใจใส่หิ้งพระเสียบ้าง ปัดกวด ชำระ เช็ดถู เติมน้ำใสน้ำต้นพระเจ้า เอาใบหมากผู้ปักเสียบหม้อดอกเสียบ้าง วัน ๆ หาเวลาอยู่กับพระให้ได้สักห้านาที เปิดรับกระแสพระปัญญาธิคุณและพระกรุณาธิคุณให้ได้ คุณปลอดภัยแน่นอน ชีวิตนี้

   
         
   

โดย มาลา คำจันทร์-ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์พลเมืองเหนือ