Make your own free website on Tripod.com
   

 

พระรอดมหาวันองค์นี้เป็นพิมพ์ต้อที่มีพุทธลักษณะงดงามมากใบโพธ์ยังปรากฏอยู่ชัดเจน วรรณะออกสีขาวอมเหลืองที่สามารถมองเห็นแร่ดอกมะขามได้อย่างชัดเจนอันที่จะแสดงให้เห็นถึงลักษณะของพื้นผิวที่หดตัวเป็นคลื่นได้อย่างชัดเจน(ชัดกว่าองค์ที่เป็นเนื้อสีอื่นๆเนื่องจากพระรอดที่มีวรรณะแบบนี้จะมีความอ่อนตัวของเนื้อมากกว่าวรรณะโทนอื่นๆครับ)      อีกทั้งยังปรากฎเม็ดพระธาตุในบริเวณพระชงค์ขององค์พระถึงสองเม็ดเป็นที่ อัศจรรย์นับว่าเป็นความหายากอีกประการของพระรอดกรุวัดมหาวันองค์นี้เมื่อกล่าวถึงเม็ดพระธาตุนั้น จะขอได้เลยอธิบายเรื่องราวของพระธาตุสักนิดพอเป็นกระสัยว่าอย่างนี้ครับ   พระธาตุ หมายถึง อัฐิ (การดูกที่เผาแล้ว) ของพระพุทธเจ้า  พระปัจเจกพุทธเจ้า  และพระอรหันต์ ถ้าเป็นอัฐิของพระพุทธเจ้า เรียกว่า พระบรมสารีริกธาตุ  หรือพระบรมธาตุ   ถ้าเป็นอัฐิพระอรหันต์ เรียกว่า พระธาตุ แต่โดยทั่วไปแล้วจะเรียกรวม ๆ ว่า พระธาตุ

 

 

แสดงให้เห็นถึงเนื้อหาที่จัดจ้านขององค์พระด้านหลัง

หรือหากเป็นพระบรมสารีริกธาตุ ถ้าเรียกพระธาตุส่วนหนึ่งส่วนใดของพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะก็จะเรียกชื่อตามนั้น เช่น  พระทันตธาตุ  หรือพระทาฒธาตุ  (ฟัน หรือ เขี้ยวของพระพทุธเจ้า) พระเกศธาตุ  (เส้นพระเศาของพระพุทธเจ้า)  พระอุรังคธาตุ (พระธาตุส่วนที่เป็นกระดูกหน้าอกของพระพุทธเจ้าเป็นต้นครับ ส่วนพระธาตุที่มักปรากฎอยู่ที่องค์พระมาว่าจะเป็นพระเครื่องหรือพระพุทธรูปนั้นจะเป็นพระธาตุชนิดใดก็สุดที่จะคาดเดาครับ

เพิ่มเติมในส่วนนี้ด้วยภาพพระรอดมหาวันพิมพ์กลางที่สามารถจำแนกได้ด้วยพุทธลักษณะกลุ่มโพธิ์ที่มีใบโพธิ์นับได้รวม 26 ใบและฐานพระที่มีถึง 3ชั้น(พิมพ์ใหญ่มี 4ชั้น ,พิมพ์เล็กมี 2 ชั้น)เนื้อหาองค์พระองค์นี้จะสามารถสังเกตุได้ว่ามีสีเขียวมอยคราบสีเกลืองอ่อนสามารถสังเกตุเห็นคราบดินนวลที่เกาะไว้ได้เป็นบางส่วนครับส่วนของพิมพ์ทรงนั้นก็ได้ความชัดเจนงดงามในระดับสูงเลยทีเดียวครับ

ภาพแสดงเนื้อหาทางด้านหลัง(เนื้อเขียวคราบเหลือง)

 

   

 

 

 

วัดมหาวัน (มหาวนาราม) ได้มีการขุดหาพระรอดกันหลายครั้งหลายหนจนประมาณครั้งมิได้เท่าที่สืบทราบได้มาดังต่อไปนี้การพบกรุพระรอดในสมัยเจ้าหลวงเหมพินธุไพจิตร เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๕-๒๔๔๕ พระเจดีย์มหาวันชำรุดทรุดโทรมและพังทลายลงมาเป็นส่วนมากดังนั้น เจ้าเหมพินธุไพจิตรจึงดำริให้มีการปฎิสังขรณ์องค์พระเจดีย์ขึ้นใหม่ โดยการสร้างสวมครอบองค์เดิมลงไป

 

 และเศษที่ปรักหักพังที่กองทับถมกันอยู่นั้นได้จัดการให้โกยเอาไปถมหนองน้ำ ซึ่งอยู่ระหว่างหอสมุดของวัด ได้พบพระรอดเป็นจำนวนมากมายภายในกรุเจดีย์มหาวันนั้น พระรอดส่วนหนึ่งได้รับการบรรจุกรุกลับคืนเข้าไปในพระเจดีย์ตามเดิม อีกส่วนหนึ่งมีผู้นำไปสักการบูชา และส่วนสุดท้ายนั้นปะปนกับซากกรุและเศษดินทรายจมอยู่ในหนองน้ำดังกล่าวการพบพระรอดในกรุสมัยเจ้าหลวงอินทยงยศ

 ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๕๑ ครั้งนั้น เจ้าหลวงอินทยงยศได้พิจารณาเห็นว่า มีต้นโพธิ์ขึ้นแทรกตรงบริเวณฐานพระเจดีย์มหาวัน และรากชอนลึกลงไปภายในองค์พระเจดีย์มหาวัน ทำให้มีรอยร้าว ชำรุดหลายแห่ง จึงให้ช่างรื้อฐานรอบนอกพระเจดีย์ออกเสียและปฎิสังขรณ์ใหม่ การกระทำครั้งนี้ได้พบพระรอดซึ่งเจ้าเหมพินธุไพพจิตรรวบรวมบรรจุไว้ในคราวบูรณะครั้งใหญ่นั้น เป็นจำนวน ๑ กระซ้าบาตร

 

 (ตะกร้าบรรจุข้าวตักบาตร) ได้นำมาแจกจ่ายบรรดาญาติวงศ์ (เจ้าหลวงจักรคำ ขจรศักดิ์ ผู้เป็นบุตร ในสมัยนั้นยังเป็นหนุ่มก็ได้รับพระรอดจากเจ้าพ่อไว้เป็นจำนวนมากและเป็นมรดกตกทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้) และทั้งได้จัดพิธีสร้างพระรอดรุ่นใหม่ขึ้นบรรจุไว้แทน ส่วนฐานพระเจดีย์ที่ปฏิสังขรณ์ใหม่นั้นก็ให้ขยายกว้างขึ้นกว่าเดิม

การขุดหาพระรอดในฤดูแล้ง นับแต่สมัยปฏิสังขรณ์มหาวันเจดีย์เป็นต้นมา นับวันยิ่งปรากฏมีผู้ศรัทธาเลื่อมใสในคุณวิเศษของพระรอดอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น เพราะคุณวิเศษของพระรอดเป็นมหัศจรรย์อย่างสูงแก่ผู้ที่มีไว้สักการบูชา จึงมีผู้พากันมาขุดหาพระรอดกันภายในบริเวณอุปาจารของวัด ตรงบริเวณที่เคยเป็นแอ่งน้ำ ได้พระรอดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ต่อไปก็ขยายบริเวณการขุดออกไปอย่างกว้างขวางทั่วอุปจารของวัด และได้กระทำติดต่อกันมานานปี จนกลายเป็นประเพณีกลายๆ ของชาวลำพูน คือในฤดูแล้งภายหลังการเก็บเกี่ยวแล้ว คือระหว่างเดือน ๔ ถึงเดือน ๖ ทุกปี จะมีชาวบ้านมาขุดหาพระรอดกันในวัดมหาวัน จนพื้นที่ของวัดเต็มไปด้วยหลุมบ่อ ทางวัดจึงห้ามการขุดกันอีกต่อไป

พระรอดพิมพ์เล็ก (ภาพจากหนังสือรวมพระเครื่องพระบูชาที่ชนะเลิศการประกวดที่ สมาคมพระเครื่องจังหวัดเชียงใหม่จัดขึ้นเมื่อปี พศ 2544)

 

 

พระรอดพิมพ์เล็ก (ภาพจากหนังสือรวมพระเครื่องพระบูชาที่ชนะเลิศการประกวดที่ สมาคมพระเครื่องจังหวัดเชียงใหม่จัดขึ้นเมื่อปี พศ 2544)