|
ช่วงปิดทองนี่ถือว่าเป็นช่วงที่ยากที่สุด
เพราะถ้าปิดไม่เป็นและไม่เข้าใจขั้นตอนก็จะออกมาดูไม่ดี
สำหรับช่างที่ทำในขั้นตอนนี้จึงถือว่าสำคัญมาก
คือช่างจะต้องทำด้วยจิตวิญญาณของความเป็นช่าง ใส่ใจและประณีตทุกรายละเอียด
ไม่ใช่สักแต่ว่าทำเอาเร็วเพื่อจะได้ไปรับงานอื่นต่อ
แต่สำหรับช่างที่มาทำงานในครั้งนี้ต่างก็เป็นช่างฝีมือดีจากกรมศิลปากร
ซึ่งก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร จารุวรรณกล่าว
สำหรับวิธีการลงรักเพื่อบูรณะองค์พระพุทธชินราชนั้น
ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่ในรอบ 100 ปีจะเกิดขึ้นสักครั้ง โดยธราพงศ์คนเดิม
ได้บอกว่าตนกำลังค้นหาหลักฐานอยู่ว่าการบูรณะพระพุทธชินราชด้วยวิธีแบบนี้ครั้งล่าสุดอยู่ในช่วงรัชกาลที่
5 หรือรัชกาลที่ 6
และนอกจากการใช้เทคนิคโบราณแล้ว
การบูรณะพระพุทธชินราชก็จำเป็นที่จะต้องขอขมาลาโทษเพราะช่าง
จำเป็นต้องปีนป่ายองค์พระ กับเรื่องนี้ ธราพงศ์ ได้เล่าว่า
ก่อนที่จะทำการบูรณะองค์พระ ก็ต้องมีการทำพิธีบวงสรวง
ด้วยการนุ่งขาวห่มขาว พร้อมๆกับบอกว่าจะเข้าพื้นที่ไปทำงาน มีการขอขมาลาโทษ
เพราะว่าช่างต้องปีนป่ายไปตามตัว ตามตัก ตามไหล่ขององค์พระ
ซึ่งช่างส่วนมากที่มาทำต่างก็ถือว่าต่างได้บุญบารมีที่ได้มีโอกาสมารับใช้องค์พระพุทธชินราช
และด้วยความที่ในรอบร้อยปีคนทั่วไปจะได้มีโอกาสเห็นพระพุทธชินราชเป็นสีดำทั่วทั้งองค์
ก็ทำให้มีคนเดินทางไปสักการบูชาองค์พระพุทธชินราชมากขึ้น
ที่ผ่านมาเรามักจะเห็นแต่องค์พระพุทธชินราชเป็นสีทองอร่าม
แต่ในช่วงระยะเวลาที่ทำการบูรณะพระพุทธชินราชได้เปลี่ยนเป็นสีดำ
ซึ่งก็สวยงามไปอีกแบบ และในรอบร้อยปีจะมีสักครั้ง
ทำให้ช่วงนี้มีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาสักการะพระพุทธชินราชมากขึ้นเป็นพิเศษทั้งนี้ก็เพื่อต้องการให้เห็นพระพุทธชินราชองค์ดำสักครั้งในชีวิตเป็นบุญตา
วินัย ชาญวิชัย ไวยากิจกร ฝ่ายประชาสัมพันธ์วัดพระศรีรัต มหาธาตุวรมหาวิหารกล่าว
และด้วยความที่พระพุทธชินราชถูกยกย่องให้เป็นพระพุทธรูปที่งดงามที่สุดในเมืองไทย
ทางทีมช่างอาจถูกคาดหวัง
หรือถูกหลายคนนำเอาความงามของพระพุทธชินราชที่ทำการบูรณะใหม่ไปเปรียบเทียบ
กับพระพุทธชินราชก่อนการบูรณะ
เรื่องนี้จารุวรรณได้บอกว่า
เมื่อบูรณะออกมาแล้วองค์พระพุทธชินราชก็ยังคงออกมาเป็นสีทองเหลืองอร่ามสวยงามดังเดิม
แต่จะมีบ้างก็ตรงอุปทาน
เพราะหลังจากนี้อาจจะไม่มีการใช้สปอร์ตไลท์ไฟแรงสูงส่ององค์พระเหมือนเช่นแต่ก่อน
ทั้งนี้ก็เนื่องจากความร้อนจะส่งผลทำให้องค์พระนั้นล่อนง่าย
ซึ่งนี่ก็ถือเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับพระพุทธชินราชหลังการบูรณะ
แต่สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่เห็นกันในปัจจุบันล่าสุดก็คือองค์พระพุทธชินราชที่เป็นสีดำ
หรือเป็นองค์ดำ ที่ในรอบ 100 ปี โอกาสเช่นนี้จะมีสักครั้ง
สำหรับพุทธศาสนิกชนหากได้ไปเมืองสองแควก็น่าจะหาโอกาสไปสักการะพระพุทธชินราชองค์ดำสักครั้ง
ซึ่งถึงแม้ว่าพระพุทธชินราชจะดูแปลกออกไปจากที่เราๆท่านๆ เคยเห็น
แต่ว่าในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์นั้นยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
|